Category

สุดยอดเทคนิคเลือกของพรีเมี่ยมแต่งงาน

ของพรีเมี่ยมของชำร่วยงานแต่งงาน งานแต่งงาน แต่งงาน งานแต่ง

หนึ่งในเรื่องที่บ่าวสาวต้องเตรียมไว้ให้พร้อมสำหรับงานแต่งงานคือ ของชำร่วย ที่จะนำไปแจกให้แขกที่มาร่วมงานแต่งงาน รวมถึงแขกที่ถึงแม้จะไม่ได้มาร่วมงาน แต่ฝากซองมาร่วมแสดงความยินดี เพื่อเป็นของที่ระลึกและการแทนคำขอบคุณจากใจบ่าวสาว

 

และเพื่อสร้างความประทับใจและเป็นที่จดจำแก่แขกที่มาร่วมงานแต่งงาน บ่าวสาวจึงต้องพิถีพิถันในการเลือกของชำร่วยงานแต่งงานไม่แพ้การเลือกชุดแต่งงาน สถานที่จัดงานแต่งงาน ช่างแต่งหน้า หรือช่างภาพ ซึ่งก็แอบเลือกยากเหมือนกันนะคะ เพราะมีหลายแบบ หลายราคามาก เลยขอนำ 5 เทคนิคการเลือกของพรีเมี่ยมของชำร่วยงานแต่งงานมาฝากในครั้งนี้ ไปดูกันค่ะว่าการจะได้มาซึ่งของชำร่วยงานแต่งงานนั้น ต้องเตรียมอะไรกันบ้าง

1.เตรียมงบประมาณ

ในการเตรียมงานแต่งงาน บ่าวสาวต้องแบ่งงบประมาณส่วนหนึ่งไว้สำหรับการจัดหาของชำร่วย โดยราคาของชำร่วยงานแต่งงานนั้น มีให้เลือกตั้งแต่ถูกมาก ๆ ราคาเริ่มต้นที่ 3 บาท ไปจนถึงราคา 100 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับจำนวนที่สั่งซื้อ หรือว่าสั่งทำเป็นพิเศษด้วยความที่ไม่อยากซ้ำแบบใคร แต่ก่อนที่บ่าวสาวจะตัดสินใจ อยากให้เปรียบเทียบราคาของแต่ละร้านก่อน เพราะบ่าวสาวยุคนี้ต้องฉลาดเลือก เลือกของชำร่วยที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด

 

 

2.เลือกแบบ

ถ้าพูดถึงแบบของพรีเมี่ยมของชำร่วยงานแต่งงาน บ่าวสาวที่เคยไปงานแต่งงานของเพื่อน หรือญาติพี่น้อง โอกาสน้อยที่จะเห็นของชำร่วยซ้ำแบบกัน เพราะของชำร่วยงานแต่งงานนั้นมีแบบให้เลือกมากมาย ซึ่งหลังจากวางงบประมาณได้แล้ว ก็มาถึงขั้นตอนของการเลือกแบบกันแล้ว นอกจากจะเป็นของชำร่วยที่บ่าวสาวชอบ อาจจะเลือกให้เข้ากับธีมงานที่ได้มีการกำหนดสีเอาไว้ หรือเข้ากับมีคอนเซ็ปต์งานแต่งงานที่วางไว้ และเนื่องจากงานแต่งงานเป็นงานมงคล ของชำร่วยงานแต่งงานที่เลือกมานั้นจึงควรจะเป็นสิ่งที่มีความหมายดี ๆ ลองดู 10 ของชำร่วยแต่งงานที่ความหมายเป็นมงคล เพื่อเป็นไอเดียได้นะคะ

 

3.คำนวณจำนวน

แน่นอนว่าบ่าวสาวต้องลิสต์รายชื่อแขกสำหรับพิมพ์การ์ดเชิญและเตรียมของชำร่วยงานแต่งงานไว้สำหรับแขกตามการ์ดเชิญอยู่แล้ว แต่แนะนำว่าของชำร่วยที่เตรียมไว้ ควรมีจำนวนเพิ่มจากการจำนวนการ์ดที่สั่งพิมพ์ ประมาณ 5-10% เผื่อไว้สำหรับแขกบางคนที่อาจจะมาเป็นคู่ หรือแขกบางคนอาจจะอยากได้ของชำร่วยมากกว่า 1 ชิ้น เพราะของชำร่วยที่บ่าวสาวเลือกมานั้นสวยถูกใจจนต้องขอเพิ่มกลับบ้านกันเลยทีเดียว เตรียมไว้เกินจำนวนสักหน่อย เพราะน้อยไปอาจจะไม่พอแจก ยังไงเหลือก็ดีกว่าขาดนะคะ

 

 

4.เผื่อเวลา

เนื่องจากของพรีเมี่ยมของชำร่วยงานแต่งงานนั้นต้องใช้จำนวนเยอะ หรือมีการสั่งทำเป็นพิเศษ บ่าวสาวจึงต้องควรมีการวางแผนไว้แต่เนิ่น ๆ เผื่อเวลาไว้ให้ทางร้านขายของชำร่วยงานแต่งงานที่เลือกไว้ ประมาณ 30-45 วันเป็นอย่างน้อย เพื่อจะได้สามารถจัดหาและจัดทำของชำร่วยได้ทันและส่งมอบของแก่บ่าวสาวได้ก่อนงาน ซึ่งถ้าหากบ่าวสาวไม่ได้เผื่อเวลาไว้ ทางร้านอาจทำไม่ทันหรือเร่งการผลิตจนเกินไป ทำให้ของชำร่วยงานแต่งงานที่ได้ มีคุณสภาพไม่สมบูรณ์และไม่น่าประทับใจได้

 

 

5.ช่วงเวลาแจกของชำร่วย

เตรียมทุกขั้นตอนจนได้ของชำร่วยงานแต่งงานที่ผู้ให้ก็สุขใจ ผู้รับไปก็เปรมปรีดิ์กันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มาถึงช่วงเวลาแจกของชำร่วย โดยทั่วไปมักจะแจกของชำร่วยให้หลังจากที่แขกเขียนแสดงความยินดีและคำอวยพรแก่บ่าวสาวที่โต๊ะลงทะเบียนหน้างานแต่งงาน ที่จะมีเพื่อนเจ้าสาวรับหน้าที่มาคอยต้อนรับ หรือถ้าบ่าวสาวอยากแจกของชำร่วยให้ถึงมือแขกที่มาร่วมงานด้วยตัวเองก็สามารถทำได้ เพราะในงานแต่งงานจะมีช่วงที่บ่าวสาวเดินเข้าไปทักทาย ขอบคุณ และถ่ายภาพกับแขกแต่ละโต๊ะ เพื่อเก็บเป็นภาพความประทับใจระหว่างบ่าวสาวและแขกที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ 5 เทคนิคเลือกของชำร่วยงานแต่งงานที่นำมาฝากกัน ย้ำกันอีกทีค่ะว่าการเตรียมงานแต่งงานต้องเตรียมความพร้อมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่างการมองหาของชำร่วย ที่นอกจากจะเลือกจากความชอบของบ่าวสาวแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ให้พิจารณาด้วย ทั้งงบประมาณ แบบของชำร่วย จำนวนที่ต้องใช้ ระยะเวลาในการจัดหาและจัดทำ ไปจนถึงช่วงเวลาแจกของชำร่วยแจกให้แก่แขก เชื่อว่าถ้ามีการเตรียมพร้อมมาดีแบบนี้ งานแต่งงานต้องออกมาสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอนค่ะ